“โกลด์แมนแซคส์” แฉกลับหลังโดนฟ้องคดีวันเอ็มดีบี

บริษัท “โกลด์แมน แซคส์” กล่าวหา “อดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลมาเลเซีย” และกองทุนวันเอ็มดีบี เจตนาร่วมกันปกปิดบิดเบือนข้อมูล ดึงหนึ่งในนายทุนยักษ์ใหญ่แห่งวอลล์สตรีทให้เข้าสู่วงจรมหากาพย์การทุจริตในคดีวันเอ็มดีบี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ว่าจากกรณีสำนักงานอัยการสูงสุดของมาเลเซียฟ้องร้องบริษัทโกลด์แมน แซคส์ หนึ่งในวาณิชธนกิจรายใหญ่ระดับโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครนิวยอร์กของสหรัฐ พร้อมอดีตพนักงานอีก 2 คน คือนายทิม ไลซ์เนอร์ ชาวอเมริกัน และนายอึ้ง ชอง ฮวา หรือโรเบิร์ต อึ้ง ชาวมาเลเซีย ฐานเกี่ยวข้องกับคดีมหากาพย์ทุจริตในกองทุนพัฒนาแห่งชาติ “วัน มาเลเซีย เดเวลอปเมนต์ เบอร์ฮัด” หรือ “วันเอ็มดีบี” ด้วยการยักยอกผลประโยชน์จากการได้รับสิทธิ์ให้เป็นผู้ขายพันธบัตร ระหว่างปี 2552 ถึง 2557 และเบื้องต้นโกลด์แมน แซคส์ ออกมาปฏิเสธไปแล้วนั้น
 
ต่อมาหนึ่งในนายทุนยักษ์ใหญ่แห่งวอลล์สตรีทออกแถลงการณ์เพิ่มอีกฉบับหนึ่ง พาดพิง “เจ้าหน้าที่บางคนในรัฐบาลมาเลเซียขุดที่แล้ว และอดีตเจ้าหน้าที่บางคนของวันเอ็มดีบี” ว่า “เจตนาปกปิดและบิดเบือนข้อมูล” ต่อโกลด์แมน แซคส์ เกี่ยวกับกระบวนการธุรกรรม ว่าไม่มี “คนกลางอื่น” เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น ทั้งนี้ โกลด์แมน แซคส์ น่าจะหมายถึงนายโจ โลว์ บุคคลซึ่งพนักงานสอบสวนเชื่อว่าเป็น “คีย์แมน” ของการทุจริตกัน “อย่างเป็นระบบ” ในวันเอ็มดีบี แต่เจ้าตัวยังคงลอยนวลจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่อัยการของมาเลเซียกล่าวหาว่ามีการยักยอกเงินประมาณ 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (  ราว 89,100 ล้านบาท ) ตรงกับยุคของนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค และโกลด์แมน แซคส์ ได้รับค่าตอบแทนความช่วยเหลือในการระดมทุนครั้งนั้น 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 19,800 ล้านบาท ) แต่พนักงานสอบสวนเชื่อว่าในความเป็นจริงโกลด์แมน แซคส์ สามารถระดมทุนผ่านการขายพันธบัตรในหลายประเทศได้มากถึง 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 214,500 ล้านบาท ) .